Devil's profileManchester United FCPhotosBlogListsMore Tools Help
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 

Manchester United FC

The only lesson we learn from history is that nobody learns lessons from history !

Devil Mancunian

Location
Interests
Manchester United - Sir Matt Busby Way , Old Trafford @ Manchester

Windows Media Player

Welcome to my space !!!

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
555 ขอบคุนมากจ้า  เราก้ว่างั้นแหละเนอะ เหงาแน่เลย 555
June 17
I HATE MAN U!! FUCKING GHOST!!
Feb. 28
Photo 1 of 27
More albums (1)
May 27

UCL Final Breakdown

 

Man Utd

Barcelona

a

Attacking

คุณไม่สามารถคาดหวังเกมไหน ที่ต่างฝ่ายต่างจะมีพลานุภาพในเกมรุกเข้าปะทะกันได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว

a

a

Defensive

ปกติ เกมรับของพวกคาตาลันก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรอยู่แล้ว และยิ่งมาเสียตัวหลักไปทีเดียว 3 คนแบบนี้ ยิ่งทำให้น่าเป็นห่วงหนักเข้าไปอีก

 

a

Bench

Tevez กับ Berbatov พิสูจน์แล้วว่าเป็นตัว Joker ชั้นเยี่ยมของอสูรแดง และนี่ดูจะเป็นสิ่งที่พวกคาตาลันขาดแคลนในเวลานี้เป็นอย่างยิ่ง

 

a

Coaching

Ferguson ถือเป็นสุดยอดผู้จัดการทีมของทวีปยุโรปไปแล้ว ส่วน Guardiola ทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง จนแทบไม่อยากเชื่อว่า นี่เป็นผลงานของ Rookie ที่เพิ่งทำทีมเป็นครั้งแรก

a 

a 

Intangible

ต่างฝ่ายต่างมีความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยมที่จะคว้าแชมป์ และสร้างสถิติใหม่ๆให้กับตัวเองมากเหลือเกิน และที่สำคัญ ทั้ง 2 ทีมต่างคว้าแชมป์ลีกฤดูกาลนี้มาได้แบบยิ่งใหญ่อีกต่างหาก

a

 

 

 

 

 

Breakdown ; เคยมีคนบอกไว้ว่า เกมรุกมีไว้เรียกคนดู แต่เกมรับมีไว้คว้าแชมป์ และดูเหมือนว่าคำพูดนี้ น่าจะเป็นจริงอีกรอบในคืนนี้

คำทำนาย ; อสูรแดงสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่ป้องกันแชมป์ UCL ได้สำเร็จ

 

April 17

นปช. VS พันธมิตร

 
1. การปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นเรื่องที่แย่มาก

ถ้ามองในแง่เวลา การปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กินเวลาไม่ถึง 2 วัน เมื่อเทียบกับการที่พันธมิตรยึดสะพานมัฆวานรังสรรค์ได้อย่างยาวนานถึงครี่งปี

แต่เผอิญ เราชาวกรุงเทพ ไม่ชอบให้ใครก็ตาม ที่ไม่ใช่ชาวเสื้อเหลือง ( เช่น นปช. , สมัชชาคนจน , ม็อบเกษตรกร , .... ) ยึดถนนเป้นเวลานานเกิน 1 วินาที

ดังนั้นเราชาวกรุงเทพจะทำเป็นไม่รู้ไม่สนใจในการยึดถนนของพันธมิตร เพราะเราเองก็ชอบพันธมิตรมากๆ ฐานที่พวกนี้มีศีลธรรมสูงส่ง แถมยังฉลาดเหมือนพวกเรา ไม่โง่แบบชาวชนบท หรือคนรักทักษิณซะหน่อย

2. ดีทีวี + วิทยุชุมชน เป็นเครื่องมือในการปลุกระดมให้คนเกิดความเกลียดชังรัฐบาล

ส่วนเอเอสทีวี + คลื่นวิทยุเมโทรไลฟ์ เองก็ไม่ได้เป็นทีวีที่ก่อให้เกิดความแตกแยกอะไรเลย แถมยังเป็นสื่อที่เผยแพร่ความสามัคคีด้วยซ้ำไป ด้วยการรณรงค์ให้ชาวเสื้อเหลืองจัดการ “ โชติศักดิ์ อ่อนสูง , ดา ตอร์ปิโด และ .... “ กันแบบโจ๋งครึ่มเท่านั้นเอง

3. การบุกโรงแรมที่พัทยา + การบุกกระทรวงมหาดไทย ถือเป้นการกระทำที่รับไม่ได้เป้นอย่างยิ่ง เพราะมันล้ำเส้นการชุมนุมแบบที่อยู่ในขอบเขตไปมาก

ส่วนการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ + สนามบินดอนเมือง + ทำเนียบรัฐบาล + NBT ถือเป้น “ อารยะขัดขืน “ ที่ใครก็ตามที่ไม่ชอบรัฐบาล สามารถพึงทำได้ ( เพียงแต่เวลาทำ เราบางคนก็อายนะ เลยต้องปิดหน้าปิดตาไว้บ้าง ) ไม่เป็นไรหรอก ขนาดคนที่ร่วมทำในเรื่องพวกนี้ ยังได้เป้นที่ปรึกษารัฐมนตรี กับรัฐมนตรีกันเลย ไม่เห็นจะผิดอะไรเลย ไม่งั้นรัฐบาลนี้ คงไม่เอามาดำรงตำแหน่งหรอก จริงมั้ย ???

4. อาวุธที่ นปช. ใช้เป็นอาวุธร้ายแรง ไม่ใช่ม็อบไม่มีอาวุธ

ส่วนพันธมิตร ไม่มีอาวุธอะไรเลย แค่ใช้ไม้เบสบอลเป้นอุปกรณ์ออกกำลังกาย เหนื่อยๆ ก็เอามีดไม้ไปตัดใบกระท่อม เอามาสูบแก้เซ็ง ที่บุหรี่ราคาแพงมากๆ

ส่วนระเบิดปิงปอง ก็เป็นอุปกรณ์ไว้เล่นกีฬาเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ได้เอามาตีปิงปอง แต่ใช้ในกีฬาขว้างไกล เพื่อเสริมความสามัคคีของคนภายในม็อบ ( บางที อาจเกิดผลข้างเคียงทำให้มีการบาดเจ้บล้มตายได้ แต่ไม่เป้นไร เราบอกได้ว่าเป็นเพราะแก๊สน้ำตาของจีน )

ปืนที่เห็น มันเป็นปืนฉีดน้ำ หยิบมาผิดเวลา นึกว่าอยู่ช่วงวันสงกรานต์ นี่เสียดาย รู้งี้ พวกเราชาวพันธมิตรน่าจะเอาไปให้ นปช. ใช้บ้าง จะได้เข้ากับเทศกาลพอดี่เลย

5. ขอบเขตการประท้วงของ นปช. กระจายสร้างความเสียหายไปทั่วกรุงเทพ

ส่วนของพันธมิตร เราไม่ได้กระจัดกระจายอะไรมากเลย แค่ปิดสนามบินภูเก็ต + สนามบินหาดใหญ่เอง เราก็อยากกระจายม็อบออกไปสู่ภูมิภาคบ้าง เห็นรัฐบาลชอบบอกจะกระจายความเจริญกันจัง เราก็เลยเอาบ้าง เผื่อคนจะชอบบ้าง

6. นปช. ฆ่าประชาชนตาย 2 ศพที่นางเลิ้ง และไปมีเรื่องกับชาวบ้านในกรุงเทพอีก

พวกเราชาวเสื้อเหลือง ก็แค่เคยทะเลาะนิดหน่อยๆกับชาวบ้าน บางทีก็เคยทุบรถตู้บ้าง จะได้รู้ว่าใครใหญ่ เอ๊ย เราก็อยากคุยกันดี เลยเคาะเรียกให้ลงจากรถเท่านั้นเอง

อย่างตอนที่ นปช. จะเดินทางมาหาเรา เราก็ไม่ได้อยู่เฉยๆนะ เรายกทัพออกไปป้องกันตัวเองถึงแยก จปร. เท่านั้นเองแหละ และเราก็ไม่ได้ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุอะไร แค่ทำให้ณรงค์ศีกดิ์ กอบไธสงตายด้วยปืน และก็รุมทุบตีพวกนปช.ซะเยินก็เท่านั้นเอง

ตอนที่สนามบินสุวรรณภูมิ เราพบเห็นบุคคลต้องสงสัย เราก็ช่วยจัดการให้ ไม่รู้ทำไม ตำรวจไปไหนหมด ไม่ยอมจับกุมชายคนนี้นะ ไม่เข้าใจเลย
February 26

Red Alert version ล้อการเมืองบางประเทศ‏

 
เหตุการณ์ต่อไปนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงของประเทศใดๆทั้งสิ้น
 
2006 ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผลประโยชน์อย่างพวกล้าหลัง และพวกนายทุนมาถึงจุดแตกหัก ต่างฝ่ายต่างมองว่าอีกฝ่ายคือศัตรูที่เป็นภัยต่อการดำรงอยู่ของฝ่ายตน และบัดนี้ สงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
 
.............
 
ภารกิจของนายทุน
 
บัดนี้ พวกนักวิชาการ และเยาวชนจำนวนมาก ต่างตกอยู่ภายใต้การโฆษณาชวนเชื่อของพวก Yellow ARmy ที่มีความคิดมราปรารถนาให้ประเทศของเรา กลับไปใช้ระบบเศรษฐกิจ " เอาแต่พออยู่นั่นแหละ " และปฎิเสธระบบตลาดเสรี และโลกาภิวัฒน์ ซึ่งถือเป้นอันตรายต่อความมั่นคงในระบอบทุนนิยมของประเทศนี้เป็นอย่างมาก
 
Mission 1 : พิทักษ์ปักเป้า พิทักษ์จิตวิญญาณทุนนิยม
 
สายลับของเรา ได้รายงานให้ผมทราบว่า ตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยปักเป้า พวก Yellow Army ได้ทำการสร้างเวทีปราศรัยถาวร พร้อมทั้งติดตั้งหอกระจายคลื่นเสียงการสำรอกของพวกมัน เพื่อมุ่งหวังทำให้ชาวปักเป้า ที่ถือเป็นแม่แบบของการใช้ชีวิตที่ฟู่ฟ่าในระบบทุนนิยม ถูกล้างสมอง และเชื่อในคำโกหกของพวกมัน
 
ผม ในนามของหัวหน้ารัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้า ขอมอบหมายหน้าที่ให้คุณ เป็นผู้นำกองกำลังไปสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของพวก Yellow Army ในครั้งนี้โดยเร็วที่สุด
 
Objective : ทำลายเวทีปราศรัย และหอกระจายคลื่นเสียงการสำรอกของพวก Yellow Army ที่มหาวิทยาลัยปักเป้าให้ราบคาบ
 
........................
 
พรรคอภิชาธิปัตย์เป็นพรรคที่นิยมชมชอบในระบอบทุนนิยม แต่ระบอบทุนนิยมที่พวกเขาชื่นชอบ กลับเป็นระบบทุนนิยมที่ไม่อาจก้าวทันกับกระแสโลกาภิวัฒน์ และมีแต่พวกอภิชนเท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากระบบทุนนิยมเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้ พรรคอภิชาธิปัตย์จึงค่อยๆเสื่อความนิยมลง และถูกประชาชนที่ปรารถนาเห็นระบบทุนนิยมที่ก้าวหน้า ทำการลงโทษให้พ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งอยู่บ่อยครั้ง
 
Mission 2 : ท่อเดียวที่เราปรรถนาคือ " ท่อก๊าซปิโตรเลียม " เท่านั้น
 
แม้จะมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน แต่เพราะศักยภาพที่มีอยู่ของพรรคอภิชาธิปัตย์ที่ดูไม่ดีเอาเสียเลย Marky หัวหน้าพรรคอภิชาธิปัตย์ จึงได้ตัดสินใจที่จะร่วมมือกับ Yellow Army เพื่อผนึกกำลังกันล้มรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้านี้ให้ได้ ด้วยการสนับสนุนเงินทุนให้ Yellow Army นำไปใช้ดำเนินแผนการอันชั่วร้ายของพวกมันต่อไป
 
Objective : สกัดขบวนรถขนเงินของพรรคอภิชาธิปัตย์ ไม่ให้เดินทางไปถึงมือพวก Yellow Army ให้ได้
 
..................
 
การก่อความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องของพวก Yellow Army ทำให้ประชาชนจำนวนมาก พากันหวั่นเกรงว่าระบบทุนนิยมก้าวหน้า ที่ทำให้พวกเขาได้ประโยชน์มากขึ้น จะถูกพวก Yellow Army ทำลายให้ล้าหลังลงไป พวกเขาจึงตัดสินใจรวมตัวกันเป้น Red Army เพื่อต่อสู้กับ Yellow Army โดยมีเป้าหมายที่จะพิทักษ์โลกที่พวกเขาปรารถนาให้คงอยู่ต่อไป
 
Mission 3 : Path Dependency
 
การพัฒนาประเทศในระบอบทุนนิยมล้าหลัง มีผลให้เกิดสถานการณ์ที่ธุรกิจต่างๆ กระจุกตัวอยู่แต่ในเขตเมืองหลวงเท่านั้น ซึ่งปัญหานี้มิอาจแก้ไขได้โดยง่าย แม้ว่าเราจะใช้ระบอบทุนนิยมที่ก้าวหน้าแล้วก็ตาม และพวก Yellow Army ก็ตระหนักดีถึงความจริงข้อนี้ พวกมันจึงตัดสินใจที่จะบุกเข้ายึดครองพื้นที่ย่านธุรกิจในเมืองหลวง เพื่อหวังทำให้ระบบทุนนิยมภายในประเทศนี้ ต้องประสบกับความชะงักงัน
 
Objective : หยุดยั้งการบุกของ Yellow Army ให้ได้ในทุกวิถีทาง
 
................................
 
แม้ว่ากองกำลังผสมระหว่างตำรวจกับ Red Army จะประสบความสำเร็จ ในการปกป้องพื้นที่ย่าธุรกิจในเมืองหลวง ให้พ้นจากเงื้อมมือของพวก Yellow Army ได้ แต่ฝ่ายเรา และฝ่ายพวกมันต่างก็ประสบความเสียหายอย่างหนักพอๆกัน แต่แน่นอนว่า ความสูญเสียในครั้งนี้ คงไม่อาจหยุดยั้งความบ้าคลั่งของพวก Yellow Army ได้ และพวกมันจะต้องกลับมาก่อกวนเราอีกแน่นอน
 
Mission 4 : Good politician mustn't refuse Capitalism
 
Marky เป้นนักฉวยโอกาสตัวจริง เขาใช้เหตุการณ์ที่เราสู้เพื่อปกป้องทุนนิยมในเมืองหลวง มาเป้นข้ออ้างในการกล่าวหาว่ารัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว และเรียกร้องให้สาวกพรรคอภิชาธิปัตย์ และใครก็ตามที่หลงไหลในภาพลักษณ์ของ Marky ให้มารวมตัวกันที่ที่ทำการพรรคอภิชาธิปัตย์ เพื่อเข้าร่วมและสนับสนุน Yellow Army ต่อไป
 
และที่แย่ไปกว่านั้น Niwin สส.คนสำคัญของรับบาลเรา กลับคิดสั้นหนีไปแปรพักตร์กับพรรคอภิชาธิปัตย์ เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่เสียผลประโยชน์อะไร หาก Yellow Army ล้มรัฐบาลนี้ได้ แถมยังพยายามพูดให้ Red Army ของเรา เกิดความสับสน และแตกแยก จนไม่อาจรวมพลังให้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิมได้อีก Niwin ช่างเป้นงูเห่าที่น่ารังเกียจจริงๆ
 
Objective : บุกไปทำลายที่ทำการพรรคอภิชาธิปัตย์ แล้วจัดการกับ Marky และ Niwin ที่เป้นนักฉวยโอกาส ให้ไม่อาจทำตัวแย่ๆแบบนี้ได้อีก
 
.........................
 
Mission 5 : Shut out Globalization
 
พวก Yellow Army ตระหนักว่า พวกเขาต้องเพิ่มแรงกดดันใส่รัฐบาลให้มากกว่านี้ หากหวังจะให้รัฐบาลต้องยอมศิโรราบแก่พวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข และการบุกไปยึดสนามบิน เพื่อปิดตายการท่องเที่ยว และการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ ของประเทศนี้ ก็คือหนทางที่ว่านั้น
 
ซึ่งการกระทำนี้ นอกจากจะทำให้ระบบทุนนิยมก้าวหน้าถูกสั่นคลอนจนเสียหายแล้ว ยังเป้นการต่อต้านโลกาภิวัฒน์ที่พวก Yellow Army มองว่าเป้นตัวการขูดรีดทรัพยากรของประเทศนี้ แถมยังเป้นตัวการทำให้วัฒนธรรมอันดีงามของประเทศแห่งนี้ ต้องเสื่อมทรามลงไปอีกต่างหาก
 
Objective : หยุดยั้งการบุกยึดสนามบินของ Yellow Army ให้ได้ในทุกวิถีทาง
 
.............
 
Yellow Army ช่างร้ายกาจนัก พวกมันฉวยโอกาส ในจังหวะที่พวกเราทุ่มกำลังไปพิทักษ์สนามบิน ให้พ้นจากเงื้อมมือมารของพวกมันนั้น ด้วยการเอากองกำลังอันป่าเถื่อนอีกส่วนหนึ่งบุกเข้าไปจู่โจมยึดทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ จนทำให้รัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้า ต้องถอยไปตั้งฐานบัญชาการ ณ ที่อื่น ซึ่งไม่อาจเปิดเผยได้ ด้วยเหตุผลทางความมั่นคง
 
แต่นั่นก็มิได้ทำให้รัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้ามีขวัญกำลังใจที่ถดถอยลงไปแต่อย่างใด ตรงกันข้าม พวกเขากลับเริ่มวางแผนโต้กลับแผนสกปรกของพวก Yellow Army กันแล้วอีกต่างหาก
 
Mission 6 : Traitor
 
การบุกยึดทำเนียบรัฐบาลของพวก Yellow Army ถือเป้นการกระทำที่อุกอาจและรุนแรงมาก จนทำให้รัฐบาลตัดสินใจออก " พรก.ฉุกละหุก " เพื่อหวังให้พลเอก Anupan เป็นผู้บังคับบัญชาในการเข้าควบคุมสถานการณ์ ซึ่งก็คือการปราบม็อบนั่นเอง
 
แต่กลับกลายเป้นว่า พลเอก Anupan กลับไม่ยอมทำตามคำสั่งนี้ แถมยังประกาศตัวอยู่ขั้งตรงข้ามกับรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้า ด้วยการออกมาพูดกดดันให้รัฐบาล " ลาออกเพื่อพวกเรา เอ๊ย บ้านเมือง " ทางโทรทีศน์ไปทั่วประเทศอีกต่างหาก
 
Objective : บุกไปจับกุมพลเอก Anupan ในฐานละเลยการทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และจัดการขับไล่พวก Yellow Army ให้ออกไปจากทำเนียบรัฐบาลให้หมด
 
...................

Mission 7 : กองทัพไม่ใช่ของนายทุน ! และไม่ใช่ของประชาชนด้วย !!
 
ความพ่ายแพ้ของพลเอก Anupan ทำให้กองทัพเกิดความปั่นป่วนอย่างหนัก จนทำให้ Premier ผู้เสพความตายคนสำคัญของ Voldemort ต้องใช้อิทธิพลที่ตัวเองมีอยู่มากมายในกองทัพ จัดการเรียกประชุมผู้นำคนอื่นๆของกองทัพ เพื่อทำให้กองทัพหยุดระส่ำระสาย และรวบรวมกำลังพลให้เตรียมพร้อมที่จะทำการรัฐประหารรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้านี้ต่อไป
 
Objective : บุกไปจัดการ Premier ซึ่งกบดานในค่ายทหารให้ได้
 
.............
 
Mission 8 : No tomorow for you , Yellow Army !
 
การที่แฟนของ Voldemort ไปปรากฎตัวในงานศพของ Yellow Army ที่ตายไป ในระหว่างที่ถูกกองกำลังฝ่ายรัฐบาลขับไล่ให้ถอยร่นออกไปจากทำเนียบรัฐบาล ทำให้พวก Yellow Army เกิดความเชื่อมั่นว่า พวกตัวเองจะต้องชนะอย่างแน่นอน เพราะ Voldemort & Co ได้เลือกที่จะยืนอยู่ข้างพวกตนแล้ว
 
และบรรดาแกนนำ Yellow Army ตัดสินใจประกาศชุมนุมครั้งใหญ่ในเมืองหลวง เพื่อหวังประท้วงแตกหัก จนกว่าจะโค่นล้มรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้าให้ได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ความฝันของพวกมันจะไม่มีวันเป้นจริง และเราจะทำลายความฝันของพวกมันให้พินาศ
 
Objective : บุกไปสลายม็อบ Yellow Army ที่ทำการชุมนุมใหญ่ แล้วจัดการกับแกนนำม็อบ ไม่ให้พวกมันสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองได้อีก
 
............
 
Mission 9 : Justice isn't justice
 
จุดจบของพวก Yellow Army ทำให้สถานการณ์ของรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้าดูจะเข้มแข็ง และมั่นคงขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ความสงบสุขเช่นนี้ก็มิอาจอยู่ได้นาน เพราะ Voldemort ได้เปิดเผยโฉมหน้าจอมบงการที่แท้จริงด้วยตัวของเขาเอง ด้วยการออกมาพูดกระตุ้นให้ศาลยุติธรรมออกมามีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาล ในคดีที่เกี่ยวกับการจัดการความวุ่นวายในช่วงก่อนหน้านี้
 
และแน่นอนว่า ศาลยุติธรรมก็เร่งมือทำตามคำบงการของ Voldemort เสียด้วย และที่ชวนให้ตกใจมากคือ แหล่งข่าวที่เชื่อถือด้ในศาลยุติธรรม ได้แจ้งให้รัฐบาลทราบว่า ศาลยุติธรรมได้ลงมติถอดถอนการทำหน้าที่ของรัฐบาลแล้ว และเตรียมจะประกาศคำพิพากษาที่ว่านี้ในเร้ววันนี้อีกต่างหาก
 
Objective : บุกไปทำลายศาลยุติธรรมให้ราบคาบ ก่อนที่ศาลยุติธรรมจะประกาศคำพิพากษาอันน่าสะอิดสะเอียนนี้ออกมา
 
...........

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้า กับ Voldemort มาถึงจุดแตกหัก แต่แทนที่ Voldemort จะสำนึกผิด ด้วยการหยุดยั้งแผนการที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานของตัวเอง เขากลับไม่หยุดอยู่แค่นั้น Voldemort ได้เดินทางออกไปปลุกระดมทหารทั่วประเทศ ให้รวมตัวกันเป็น Blue Army ซึ่งมีภารกิจหลักคือ " ต้องทำให้คนดีแบบ Voldemort เท่านั้น มาปกครองประเทศ "
 
Mission 10 : Blue Army
 
Blue Army ตัดสินใจยกทัพบุกเข้าเมืองหลวง โดยมีเป้าหมายจะบดขยี้ประจักษ์พยานแห่งความพ่ายแพ้ของพวกพวกล้าหลังในอดีต ที่ดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง และสิ้นคิดในเวลานั้น อย่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญให้พังพินาศ เพื่อเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้าให้เสื่อมถอยลงไป ก่อนจะนำไปสู่การเผด็จศึกรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้าต่อไป
 
Objective : ปกป้องและพิทักษ์ 2 อนุสาวรีย์นี้ให้ได้ในทุกวิถีทาง แล้วขับไล่พวก Blue Army ที่หลงผิดและโง่เขลา ออกไปจากเมืองหลวงให้หมด
 
............
 
พวก Blue Army ที่เป็นเชลยศึก ได้ให้ข้อมุลที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้าหลายๆอย่าง และหนึ่งในข้อมุลที่น่าตกใจคือ แท้จริงแล้ว Blue Army มีเป้าหมายในการบุกเมืองหลวง เพื่อนำ Blue Diamond เครื่องประดับสุดล้ำค่าของแฟนของ Voldemort ไปเป็นตัวสร้างพลังงานให้กับ Propaganda Psychic Dominator
 
อาวุธชิ้นนี้มีอานุภาพขั้นสูงสุด ถึงกับสามารถสะกดจิตคนทั้งประเทศนี้ ให้หลงงมงายใน Voldemort อย่างไม่ลืมหูลืมตาจนใครจะมาว่าอะไร ก็ไม่ยอม ต้องเกรียนกลับอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นการการันตีว่า ต่อจากนี้ไป จะไม่มีสิ่งใดเข้ามาแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งความนิยมของประชาชน ที่มีต่อ Voldemort ได้อีกต่อไป
 
Mission 11 : Blue Diamond
 
ความล้มเหลวของ Blue Army ที่ไม่อาจบุกมาถึงตามที่วางแผนนัดหมายกันไว้ ทำให้แฟนของ Voldemort ต้องตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองหลวง เพื่อที่จะนำ Blue Diamond ของตนเอง ไปมอบให้ถึงมือแฟนตัวเองให้ได้ เพื่อที่สุดยอดแผนการอันชั่วร้ายของพวกตน อย่างการใช้งาน Propaganda Psychic Dominator จะได้เริ่มขึ้นต่อไป
 
แต่น่าเสียดายที่แผนการนี้ รั่วไหลถึงฝ่ายเรา และรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้าจะทำให้ความฝันของพวกล้าหลังต้องพินาศ ด้วยการยึด Blue Diamond ให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งของที่ตั้งแสดงอยู่ในอนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะของพวกเรา ผู้รักในทุนนิยมก้าวหน้า
 
Objective : สกัดกั้นไม่ให้แฟนของ Voldemort เดินทางออกนอกเมืองหลวงได้สำเร็จ
 
.....
 
ไม่น่าเชื่อ ! แผนการของ Voldemort ช่างล้ำลึกยิ่งนัก เพราะแม้แต่แฟนของตัวเอง ยังไม่ล่วงรู้เลยว่า Blue Diamond ที่ตัวเองครอบครองอยู่นั้น เป็นของปลอม และที่ชวนให้ตกตะลึงยิ่งกว่าคือ เพชรของจริงอยู่ในมือของ Voldemort เรียบร้อยไปตั้งนานแล้ว และนั่นทำให้รัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้าตระหนักถึงความอ่อนชั้นเชิงของตนเอง ที่มีต่อ Voldemort จนต้องพลาดท่าหลงกลในครั้งนี้ไปเป็นที่สุด
 
Mission 12 : ทุนนิยมจงเจริญ !!!
 
ในขฯที่สายลับของเรา ได้รายงานให้ทราบว่า Propaganda Psychic Dominator ได้ตั้งอยู่ที่บริเวณชายแดนทางตะวันตกของประเทศนี้ โดยมี Blue Army คอยคุ้มกันฐานนี้อย่างแน่นหนาอยู่นั้น Voldemort ได้ส่งสัญญาณภาพติดต่อเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล และประกาศว่า " อีก 1 ชั่วโมงต่อจากนี้ ทุกคนในประเทศนี้ จะต้องเชื่อและบุชาแต่ข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น พวกแกไม่มีโอกาสหยุดยั้งข้าได้อีกแล้ว จงยอมรับสภาพความพ่ายแพ้เสียแต่โดยดีเถอะ 555 " ก่อนจะตัดการติดต่อไป
 
ในวินาทีนั้น ผู้นำรัฐบาลทุนนิยมก้าวหน้า ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอะไรเลย แม้ว่าเวลาแห่งโอกาส เสรีภาพ และความเท่าเทียม จะลดน้อยลงเรื่อยๆทุกวินาทีก็ตาม ตรงกันข้าม เขากลับพูดด้วยความห้าวหาญว่า " พรุ่งนี้จะต้องไม่มีใครเดือดร้อนจากความอหังการของพวกล้าหลังสุดโอหังอีกต่อไป " ก่อนจะชี้มาที่หน้าจอ ( ผู้เล่น ) แล้วพูดปิดท้ายว่า " อนาคตของทุนนิยมก้าวหน้าอยู่ในมือคุณแล้ว "
 
Objective : ต้องทำลาย Propaganda Psychic Dominator ให้ได้ ก่อนที่มันจะใช้งานได้ แล้วตามด้วยการกำจัดและกวาดล้าง Blue Army ให้สิ้นซาก เพื่อจับกุม Voldemort อันจะเป็นการสิ้นสุดยุคแห่งความวุ่นวายนี้เสียที
 
............

จบภารกิจของนายทุน
 
.......
 
ภารกิจของพวกล้าหลัง
 
Mission 1 : Beginning of the end
 
Thilim คับแค้นใจที่ Takky ไม่ยอมให้เงินอุดหนุนธุรกิจของตน ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก อันเนื่องมาจากวิกฤต Subprime ที่ลามไปทั่วโลกในตอนนี้ Thilim จึงตัดสินใจล้างแค้น ด้วยการจัดรายการ " เมืองใครก็ไม่รู้รายชั่วโมง " เพื่อที่จะแฉ Takky ให้หมดเปลือก
 
Takky จึงตัดสินใจส่งคนบุกเข้าไปจัดการ Thilim เพื่อมิให้ Thilim พูดจาอะไรที่สร้างความเสียหายต่อตนเองไปมากกว่านี้ แต่ Premier ซึ่งล่วงรู้ในแผนการนี้ ได้ตัดสินใจชิงส่งผู้เล่นไปหา Thilim เสียก่อน เพื่อเริ่มต้นแผนการล้มศัตรูที่สำคัญของระบอบล้าหลังอย่าง Takky
 
Objective : คุ้มกัน Thilim ให้อยู่รอดปลอดภัยจากการบุกตามล่าโดยคนของ Takky ให้ได้
 
...............
 
ด้วยคำแนะนำ และผลประโยชน์ที่ได้รับจาก Premier จึงทำให้ Thilim ตัดสินใจจัดตั้ง Moral Trooper ขึ้นมา เพื่อเป็นกองกำลังหลักในการคุ้มกันตนเอง และดำเนินการตามแผนการต่างๆ ที่ Premier ได้วางไว้
 
Mission 2 : กำเนิดม็อบโพกผ้าเหลือง @ Mattawan
 
Thilim ต้องการจัดตั้ง Yellow Army ซึ่งเป็นม็อบที่เป็นศูนย์รวมของผู้คนที่ไม่ชอบ Takky เพราะรัฐบาลภายใต้การนำของ Takky บริหารงานดีเกินไป จนแย่งเรตติ้งความนิยมของประชาชนที่มีต่อ Voldemort ไปเสียมากมาย แต่ Yhilim ยังเลือกสถานที่ที่จะนำ Yellow Army ไปตั้งหลักประท้วงไม่ได้
 
Chamlung จึงเสนอให้นำ Yellow Army ไปตั้งฐานที่ Mattawan ซึ่ข้อเสนอแนะของ Chamlung ไม่มีปัญหาอะไรเลย นอกจากเรื่องที่ว่า Mattawan มีกองกำลังที่ส่งตรงมาจากรัฐบาล คอยคุ้มกันอยู่
 
Objective : นำ Moral Trooper บุกไปจัดการกองกำลังของรัฐบาลทั้งหมด ที่อยู่ใน Mattawan
 
.................
 
Mission 3 : Our side or enemy
 
มหาวิทยาลัยเที่ยงวันบังอาจมาก ที่มาวิจารณ์การประท้วงของพวกเรา ชาว Yellow Army ว่าเป้นไปในทางที่ผิด ! ไม่เข้าใจเลย เราผิดตรงไหนกัน ? เราแค่บอกว่า เราจะสู้เพราะ Voldemort และเราสนับสนุนให้ Voldemort แทรกแซงการเมืองแบบเปิดเผย เพื่อจะได้ไม่ต้องโดนด่าว่า " แอบ " ให้เสียศักดิ์ศรีเท่านั้นเอง ไม่เห็นมีอะไรเลย !
 
พวกมหาวิทยาลัยเที่ยงวัน มันไม่เข้าใจวัฒนธรรมของประเทศนี้เลย ดัดจริตจริงๆ และเราต้องจัดการทำให้พวกมันรู้ซึ้งว่า การไม่ออกมาสนับสนุนพวกเรา เท่ากับเป็นศัตรูของพวกเรานั่นเอง และเราจะต้องจัดการพวกมันอย่างสาสม เพราะนี่คทือสงคราม !
 
Objective : บุกไปถล่มมหาวิทยาลัยเที่ยงวันให้ราบคาบ จะได้เอานักวิชาการผู้หลงผิด มาล้างสมองให้เชื่อในสิ่งที่เราอยากให้เชื่อ
 
............

รัฐบาลดื้อด้านจริงๆ เราปราศรัยจนเราคิดว่าเราคือความถูกต้อง และพิพากษาให้รัฐบาลนี้หมดความชอบธรรมไปแล้ว ด้วยปากและสมองของพวกเราเองไปแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ยอมออกเสียที ไม่เข้าใจเลย พวกเราคือพวกที่ถูก เราพูดอะไรก็ต้องถูกสิ และทุกคนต้องเชื่อในสิ่งที่เราพูดโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้นด้วย แล้วทำไมพวกรัฐบาลที่เป้นพวกที่ผิด ถึงได้ไม่ยอมรับผิดอีกนะ
 
Mission 4 : Capture
 
Thilim & Chamlung พูดจนเหนื่อย รัฐบาลก้ยังยืนหยัดอยู่สู้ต่อ แกนนำตัวจริงของ Yellow Army ทั้ง 2 คนจึงตัดสินใจปลุกระดม Yellow Army ให้บุกไปขับไล่รัฐบาลถึงที่ทำงาน เพื่อมิให้รัฐบาลแย่ๆในสายตาของเราแบบนี้ ได้นั่งทำงานกินเงินภาษีจากพวกเราอีกต่อไป แต่แน่นอนว่า การบุกยึดครั้งนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่นอน แม้ว่าเราจะอาศัยยุทธศาสตร์ " พวกมากลากไป " ก็เถอะ
 
Objective : บุกยึดรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาลให้ได้ แล้วต้องต้านทางกองกำลังตำรวจไว้ ไม่ให้ตำรวจรุกกลับยึดทำเนียบรัฐบาล กับรัฐสภาคืนได้เป้นอันขาด
 
...............
 
Mission 5 : ทรยศเพื่อระบอบล้าหลัง
 
ความล้มเหลวในการรุกกลับของรัฐบาล เพื่อยึดทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภาคืน ทำให้ Takky & Co เข้าตาจน และหันมาสั่งให้พลเอก Anupan เข้ามาจัดการกับ Yellow Army ที่เหิมเกริมนี้ทันทีแทน แต่ด้วยสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ Premier และความหวาดระแวงอย่างมากมายว่า Takky จะเป็นภัยต่อระบอบล้าหลัง พลเอก Anupan จึงปฎิเสธการทำหน้าที่ในครั้งนี้
 
Takky โกรธจัด และสั่งการให้พลตรี Reddy นำกองกำลังทหาร บุกเข้าจับกุมพลเอก Anupan มาลงโทษให้ได้ พลเอก Anupan เห็นท่าไม่ดี จึงต้องรีบหนีกลับเข้าค่ายของตนเอง และร้องขอให้ Premier ช่วยเหลือตนเอง ให้พ้นจากสถานการณ์วิกฤตนี้โดยด่วน
 
Objective : นำกองกำลังเข้าสกัดกั้นการโจมตีของพลตรี Reddy ให้ได้ แล้วตามบดขยี้กองกำลังของพลตรี Reddy ให้สิ้นซาก
 
..............
 
Mission 6 : เราไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย เราแค่ HiJack เท่านั้นเอง
 
ไม่น่าเชื่อ เสียทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา จะยึดคืนก็ไม่ได้ แถมทหารยังแข็งข้อ รัฐบาลนี้ยังทนอยู่ได้อีก ด้วยการอ้างจุดแข็งจุดเดียวที่เหลืออยู่ของพวกเขาอย่าง " ฝีมือการบริหารเศรษฐกิจที่เหนือชั้น " อยู่นั่นแหละ ไม่เข้าใจเลย แค่กอบกู้ประเทศจากการล่มสลายในอดีต จนทำให้รุ่งเรืองได้อย่างทุกวันนี้ ไม่เห้นจะแน่เท่าไรเลย
 
ดังนั้นเราจะต้องทำลายสภาพเศรษฐกิจของปรเทศนี้ ที่อิงกับต่างประเทศให้พังทลายลงไป รัฐบาลนี้จะได้หมดหลักค้ำยันสุดท้ายที่ตัวเองมีอยู่ไปเสียที แม้ว่าแผนการนี้มันจะดูเป้นการกระทำที่บ้าคลั่ง และไร้สติก็ตาม แต่เอาเถอะ ยอมเสียสละเพื่อชาติหน่อยแล้วกันนะ
 
Objective : บุกยึดสนามบินให้ได้ในทุกวิถีทาง
 
...........

Mission 7 : Judge can do no wrong
 
ในที่สุด ด้วยสุดยอดคำแนะนำของ Voldemort ศาลจึงได้ตัดสินยุบพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลทั้งหมด ด้วยสารพัดเหตุผลที่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลเท่าใดนัก จนทำให้ Takky ไม่พอใจในคำตัดสินเป็นอย่างมาก และถามผู้พิพากษาในทันทีว่า" คำตัดสินแบบนี้มันผิดชัดๆ ไม่ยุติธรรมเลย "
 
ผู้พิพากษาจึงตอบกลับไปว่า " ผู้พิพากษาไม่มีวันทำผิด ถ้าหากผิดขึ้นมาจริงๆ ให้ย้อนกลับไปดูประโยคแรก 55 เออ และจะบอกอะไรให้อย่าง ไม่ต้องคิดมาตรวจสอบฉัน เพราะไม่มีใครมีอำนาจตรวจสอบพวกเราได้อย่างจริงจัง 5555+ "
 
Takky โกรธจัด และกลับไปปลุกระดมผู้คนที่นิยมชมชอบตน ให้รวมตัวกันเป็น Red Army แล้วลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรมของตนเอง และของประเทศนี้ และแน่นอนว่า หนึ่งในเป้าหมายแรกๆที่ Red Army จะบุกไปถล่ม เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม จะต้องเป็นศาลแน่นอน
 
Objective : ยกพลไปป้องกันศาลให้ได้ในทุกวิถีทาง และขับไล่พวก Red Army ให้ถอยร่นไปให้ได้
 
.................
 
Mission 8 : Red collapse
 
Red Army พ่ายแพ้ จนต้องถอยร่นกลับไปยังสนามราษฎร์ ฐานที่มั่นใหญ่ของ Red Army จนทำให้ Thilim มั่นใจว่าในขณะนี้ Red Army กำลังขวัญเสีย และเป็นโอกาสอันดีที่พวกตนจะบุกบดขยี้ Red Army ให้สิ้นซาก
 
แต่ครั้นจะส่ง Yellow Army ทั้งหมดไปออกศึกนี้ ก็จะเป้นการล่าช้าไป Thilim จึงสั่งให้ผู้เล่นนำ Moral Trooper ไปบุกเปิดทางให้การโจมตีครั้งใหญ่นี้ เป้นไปอย่างสะดวกโยธินเสียก่อน
 
Objective : นำ Moral Trooper บุกไปโจมตี Red Army และต้องยันไว้ไม่ให้ Red Army ตีกองทัพชุดนี้แตกพ่าย จนกว่า Yellow Army จะยกทัพมาสมทบทัน
 
..............
 
Mission 9 : Takky Satellite
 
ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Takky ดูเหมือนไร้พิษสงไปแล้ว แต่ความจริงแล้ว Takky ยังเหลืออาวุธทรงพลังชิ้นสุดท้ายอย่าง Takky Satellite ซึ่งมีอานุภาพมากพอที่จะทำลายเมืองหลวงให้แหลกลาญ ด้วยการปล่อยลำแสงเลเซอร์ขนาดยักษ์ลงมาจากดาวเทียม และดูเหมือนว่า Takky จะตัดสินใจใช้มัน เพื่อเอาคืนกับสิ่งที่เขาถูกกระทำในช่วงที่ผ่านมา
 
แต่แผนการครั้งนี้ของ Takky ก็รั่วไหลถึงฝ่ายต่อต้าน จนมากพอที่จะทำให้ Thilim รู้ว่าฐานควบคุม Takky Satellite ตั้งอยู่ที่เกาะที่อยู่ทางด้านตะวันออกของชายแดนของประเทศนี้ จนทำให้ Thilim ประกาศว่า " ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องเผด็จศึก Takky อย่างเด็ดขาดเสียที "
 
Objective : บุกไปทำลายฐานควบคุม Takky Satellite ให้พังพินาศ ก่อนที่ Takky จะใช้ดาวเทียมนี้ ก่อวินาศกรรมเมืองหลวงได้สำเร็จ
 
..........

Mission 10 : New Politicial
 
ยุคสมัยของ Takky & Co ที่ล่มสลายไป ทำให้ Marky ได้รับการผลักดันให้ขึ้นเป้นผู้นำรัฐบาล ตามธรรมเนียมของระบอบรัฐสภาที่ถูกศาล , องค์กรอิสระ และ Yellow Army ควบคุมอย่างเคร่งครัด  ท่ามกลางการสนับสนุนของผู้คนจำนวนมาก ที่คาดหวังว่า Marky จะนำพาประเทศนี้ไปสู่เส้นทางใหม่ตามที่พวกตนได้วาดหวังเอาไว้
 
แต่ปรากฎว่า ด้วยความอ่อนด้อยในการบริหาร และความเหลวแหลกของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ Yellow Army เสื่อมศรัทธาใน Marky และตัดสินใจที่จะสร้าง " การเมืองใหม่แต่ชื่อ " ขึ้นมา ด้วยมือของพวกเขาเอง
 
Objective : บุกฝ่าด่านที่ตั้งอยู่รอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปให้ถึงตัวทำเนียบรัฐบาลให้ได้ และกดดันให้ Marky ยอมแพ้ และมอบอำนาจทั้งหมดให้พวกตน
 
................
 
Mission 11 : Money ! I want that , it's my precious !
 
ท่ามกลางการเฉลิมฉลองการสร้างการเมืองใหม่อยู่นั้น Thilim ได้ตัดสินใจนำเงินจำนวนมาก ที่ได้จากพวกล้าหลัง และ Yellow Army ไปใช้สร้างดลกส่วนตัวอันมั่งคั่ง ฟู่ฟ่าของตนเอง พร้อมทั้งยังกวาดเอา Moral Trooper และ Yellow Army ที่หลงไหลในคำพูดของ Thilim ตามไปด้วย เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับดลกของเขาเอง
 
Chamlung แค้นมากที่ถูกหักหลัง และรวบรวม Yellow Army ที่เหลืออยู่ เพื่อกลับไปจัดการกับ Thilim และสาวก และสร้างโลกแห่งศีลธรรมสุดโต่งของพวกตนขึ้นมาแทน
 
Objective : ทำลายคฤหาส์นที่ Thilim อยู่ให้ได้
 
..............

จบภารกิจของพวกล้าหลัง
 
...........
 
Aftermath
 
หลังจากความพ่ายแพ้บนเกาะทางตะวันออกของประเทศ จนทำให้สูญเสียฐานควบคุม Takky Satellite ปรากฎว่า Takky ซึ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด ได้นำเงินทุนที่เหลือทั้งหมดของตัวเอง เพื่อนำไปสร้าง Time Machine เพื่อย้อนเวลากลับไปแก้ไขประวัติศาสตร์ มิให้ลงเอยอย่างที่เป้นอยู่ในปัจจุบัน
 
Takky ตัดสินย้อนเวลากลับไปในอดีต กลับไปในปี 1957 และทำให้จอมพล Sarhito ตาย เพื่อทำให้พวกล้าหลังไม่อาจยิ่งใหญ่ได้เหมือนอย่างในปัจจุบันอีก แต่ในระหว่างการเดินทางกลับ Time Machine ของ Takky ก็เกิดเสีย และตกลงไปพังในจีน ในยุค 1980 และแน่นอนว่า Takky ก็ตายทันทีในเหตุการณ์นั้น
 
แต่เหตุการณ์คราวนี้ มันทำให้ประวัติศาสตร์โลกในยุคนั้นเปลี่ยนทันที เพราะจีนกับโซเวียต ต่างสงสัยว่าสิ่งที่เห็น ( Time Machine ) ต้องเป้นอาวุธที่อเมริกาเตรียมใช้โจมตีโลกคอมมิวนิสต์แน่นอน และทำให้จีนกับโซเวียต ซึ่งไม่ลงรอยกันในขณะนั้น หันมาจับมือกันต่อสู้กับอเมริกาทันที และแน่นอนว่า มันจะมีผลทำให้พรรคคอมมิวินสตืในบางประเทศ ก็ไม่ได้ล่มสลาย และจะยังมีพลานุภาพต่อไปอีกต่างหาก 55
 
ย้อนกลับไปในปี 1957 การตายของจอมพล Sarhito ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศนี้ ซึ่งนิยมชมชอบในตัวจอมพล Sarhito อยู่พอสมควร เข้าใจว่า จอมพล Pibal ผู้นำรัฐบาลที่เป็น Fasicm ในขณะนั้น เป้นคนบงการฆ่าจอมพล Sarhito และได้ประกาศทำสงครามกับจอมพล Pibal ทันที
 
ส่วนพวกล้าหลัง แม้จะเสียคนที่ตัวเองคาดหวังว่าจะให้ช่วยกอบกู้อำนาจของพวกตนไป แต่พวกเขายังไม่ละความพยายามที่จะกลับมายิ่งใหญ่ และตัดสินใจที่จะคอยบ่อนเซาะทำลายฐานอำนาจของจอมพล Pibal ต่อไป แม้ว่าพวกเขาจะต้องจับมือกัน ( แบบไม่เต็มใจ ) กับจอมพล Pibal ในการสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ก็ตามที
 
ส่วนจอมพล Pibal ก็มุ่งหมายกำจัดพวกล้าหลังเช่นกัน ในฐานที่พวกนี้ คอยสร้างความวุ่นวายให้กับพวกตนมาโดยตลอด แต่ในระหว่างนี้ก็ต้องจับมือ ดังที่กล่าวไปข้างต้น และต้องคอยสร้างวัฒนธรรมในแบบของตน ขึ้นมาแข่งกับพวกล้าหลังอย่างเต็มที่อีกต่างหาก เพื่อมิให้ฝ่ายตนต้องเพลี่ยงพล้ำมากไปกว่านี้อีก
 
และนั่นทำให้ประเทศนี้ เข้าสู่ยุคภาวะ 3 ก๊กอย่างแท้จริง นับตั้งแต่นั้น
 
...........
 
ปล. รายละเอียดต่อจากนี้ ยังไม่ได้คิด และคงไม่ได้คิด คงต้องให้ใครก็ตามที่มีความรู้ในช่วงนี้ มาช่วยแต่งต่อแล้วกัน
February 22

UCL Second Round Breakdown ( ต่อ )

 

Man Utd

Inter Milan

a

Attacking

งูใหญ่ไม่ได้มีดีแค่ Ibrahimovich และอสูรแดงไม่ได้มีดีแค่ Ronaldo ด้วยเช่นกัน

a

a

Defensive

ถึงจะไม่มี Vidic ไป 1 เกม แต่ทีมอสูรแดงก็ยังมีความเหนียวแน่นมากกว่าทีมจากดินแดนต้นตำรับเกมรับอยู่พอสมควร

 

a

Bench

อินเตอร์มีนักเตะระดับโลกมากมาย ส่วนทีมปีศาจแดงก็มีนักเตะที่ดีพอจะทดแทนกันได้สบายๆ

a

a

Coaching

Ferguson เป็นราชาไปแล้ว แต่ Mourinho ก็มักจะมีทีเด็ดในการคุมทีมให้ประสบความสำเร็จ และทำให้คู่ต่อสู้ โดยเฉพาะ Ferguson ต้องลำบากใจในการเผชิญหน้าทุกครั้ง

a

a

Intangible

แมนยูมีผลงานที่ดูเหมือนจะไร้เทียมทาน แต่มักจะแพ้ทาง Mourinho และทีมที่ถนัดเล่นเกมแท็คติดแบบอินเตอร์เป็นประจำ

a

 

Breakdown : ลืมไปได้เลยกับสถิติเก่าๆที่ Mourinho มักจะข่มทีมผีแดง เพราะตอนนั้น ทีมผีแดงยังไม่เป็นราชาเหมือนกับในตอนนี้

คำทำนาย : Ferguson จะเอาชนะ Mourinho ได้อย่างเด็ดขาด และเดินหน้าทำภารกิจไล่ล่า 4 แชมป์ต่อไป

 

 

Arsenal

Roma

a

Attacking

ทั้งสองทีมต่างมีนักเตะที่มีความเฉียบขาดในการทำประตู และทำเกมรุกได้อย่างลื่นไหล และสนุกสนานเหมือนๆกัน

a

 

Defensive

หมาป่าแห่งกรุงโรมมีเกมรับที่เหนียวแน่นกว่ามาก และที่สำคัญพวกเขามักไม่พลาดลูกกลางอากาศบ่อยครั้งแบบพวกเด็กปืนโต

a

 

Bench

ปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะจากทีมในกรุงลอนดอน ได้พรากเอาความแข็งแกร่งไปจากทีมเสียไม่น้อยเลย

a

a

Coaching

Wenger กับ Spalletti ชอบปั้นเด็กเยาวชนขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่เหมือนกัน แต่ในแง่ความสำเร็จ และประสบการณ์ Wenger มีมากกว่าผู้จัดการทีมจากอิตาลี

 

 

Intangible

ทั้ง 2 ทีมต่างหมดลุ้นแชมป์ลีกอย่างไม่เป็นทางการเหมือนกัน แต่โรม่ามีผลงานในช่วงหลังที่ยอดเยี่ยมกว่าผลงานของอาร์เซนอลแบบเห็นได้ชัด

a

 

Breakdown : Wenger สร้างทีมแห่งอนาคตขึ้นมา แต่มันยังไม่ดีพอที่จะประสบความสำเร็จได้ในปัจจุบันแน่นอน

คำทำนาย : ปืนโตคงได้โบกมือลาถ้วยนี้เร็วกว่าปีที่แล้ว

 

 

Chelsea

Juventus

a

Attacking

ม้าลายมีอาวุธหนักอย่าง Amauri , Del Piero ส่วนเชลซีมีอาวุธหนักอย่าง Drogba และ Anelka ที่พร้อมใช้พิฆาตอีกฝ่าย

a

 

Defensive

กำแพงเหล็กเชลซีได้พังทลายไปแล้ว ในขณะที่ม้าลายยังคงรักษากำแพงเหล็กไว้ได้อย่างน่าชื่นชม แม้ว่า Buffon จะลงสนามไม่ได้อยู่พักหนึ่งก็ตาม

a

 

Bench

ตัวเลือกของเชลซีมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ยูเวนตุสมี

a

a

Coaching

Ranieri ไม่อาจเทียบอะไรกับ Hiddink ที่เป็นผู้จัดการทีมชั้นยอด ที่แสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์มาแล้วทั่วโลกมาแล้วได้เลย

 

a

Intangible

เชลซีมีความหิวกระหายสูงมาก ที่จะลบฝันร้ายที่ Moscow ให้ได้ และนี่คือความแตกต่างของ 2 ทีมที่ฟอร์มขึ้นๆลงๆเหมือนกัน

 

 

Breakdown : บอลเปลี่ยนโค้ช มักจะมีผลงานที่สุดยอด และเชลซีก็จะเป็นหนึ่งในนั้น

คำทำนาย : สิงโตน้ำเงินคราม จะคำรามอีกครั้ง

 

 

Liverpool

Real Madrid

 

Attacking

หงส์แดงมีแค่ Torres กับ Gerrard ที่ไม่ได้ฟิตมากมายอะไรนัก ในขณะที่ Raul กับ Higuain กำลังอยู่ในช่วงที่ทำผลงานได้แบบสุดยอด

a

a

Defensive

นับตั้งแต่ Ramos มาคุมทีม ปรากฎว่าราชันชุดขาวมีเกมรับที่เหนียวแน่นแบบเหลือเชื่อ ในขณะที่หงส์แดง ก็ยังมีจุดเด่นในด้านนี้ต่อไป

a

 

Bench

Van der Vaart คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่ทำให้เห็นว่า ราชันชุดขาวมีทรัพยากรเหลือใช้มากขนาดไหน

a

a

Coaching

ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในอังกฤษ สำหรับ Ramos ไปซะ เพราะอันที่จริงแล้ว Ramos ไม่ได้มีความสามารถที่ด้อยไปกว่า Benitez มากมายนัก โดยเฉพาะในบอลถ้วย

a

 

Intangible

หงส์แดงไม่เคยมีประสบการณ์ลุ้น 2 แชมป์ใหญ่เลย แถมยังมีปัญหาภายในระหว่างผู้จัดการทีมกับประธานสโมสร ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีนัก ส่วนทีมราชันชุดขาว มีความมั่นใจที่กลับมาเต็มเปี่ยม หลังอยู่ในฟอร์มระดับเทพอย่างต่อเนื่อง

a

 

Breakdown : รีล มาดริดมีองค์ประกอบหลายๆอย่างที่ดีกว่าลิเวอร์พูล และนี่ดูจะเป็นการบ้านอันหนักอึ้งที่ยากแก่การแก้ของ Benitez

คำทำนาย : ราชันชุดขาวเดินหน้าล่าถ้วยยุโรปสมัยที่ 10 แบบเต็มตัว

 

UCL Second Round Breakdown

 

Atle Madrid

Porto

a

Attacking

Aguero คือว่าที่ดาราในดลกลูกหนังคนต่อไป และจะยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีก เมื่อมี Forlan กับ Maxi  มาช่วยสนับสนุน

 

 

Defensive

ทีมตราหมีมีรูโหว่ในตรงนี้อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่พวกโปรตุเกสดูจะมีจุดเด่นในตรงนี้มากกว่า แม้จะเสียมากกว่าทีมตราหมีมาในรอบแรกก็เถอะ

a

a

Bench

นักเตะทีมตราหมี มีศักยภาพและจำนวนในการทดแทนที่มากกว่าทีมจากแดนฝอยทองพอสมควร

 

 

Coaching

Ferreira ทำทีมได้แชมป์ลีกโปรตุเกสมาแล้ว 2 ปีซ้อน ในขณะที่ Resino ยังไม่มีความสำเร็จอะไรให้เห็นเลย

a

 

Intangible

ทีมจากสเปนไม่ได้มีผลงานในช่วงหลังที่ดีเอาเสียเลย และที่แย่ไปกว่านั้น ทีมยังไม่มีความคงเส้นคงวาเอาเสียเท่าไรเลย

a

 

Breakdown : ศักยภาพของนักเตะทีมตราหมีดีกว่า แต่เชื่อเถอะ มันไม่ได้แปลว่าทีมจากสเปนจะได้เข้ารอบ

คำทำนาย : ทีมที่จะเข้ารอบ ควรเป็นทีมที่ไม่รวน และนั่นไม่ใช่คุณสมบัติของทีมตราหมีในตอนนี้เลย

 

 

Villarreal

Panathinaikos

a

Attacking

การจากไปของ Riquelme ไม่ทำให้ทีมจากสเปนสั่นสะเทือนเลย ตราบเท่าที่Rossi ยังเป็นกลจักรสำคัญในเกมรุกอยู่

 

a

Defensive

ถึงทีมเรือดำน้ำสีเหลืองจะมีรูรั่วไปบ้าง แต่เชื่อเถอะ ทีมจากสเปนยังดูเหนียวแน่นกว่าทีมจากกรีซเยอะ

 

a

Bench

แค่คุณภาพทีมโดยรวมของนักเตะตัวหลักในทีมจากกรีซก็สู้ของทีมจากสเปนไม่ได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงตัวสำรองหรอก

 

a

Coaching

Pellegrini ทำทีมบียาร์รีลได้อย่างสุดยอดแบบไม่ต้องสงสัย แล้ว Ten Cate ล่ะ ดูเหมือนเขาจะยังไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยว่าเขาคือ ของจริง นะ

 

a

Intangible

พวกกรีซเล่นแบบไร้แรงกดดัน และไม่มีอะไรจะต้องเสีย แต่พวกสเปนมีประสบการณ์ในเวทียุโรปมากกว่า

a

 

Breakdown : น่าสงสัยจริงๆ พวกกรีซจะมีดีอะไรที่จะพอสู้กับบียาร์รีลได้บ้าง แต่บอกตามตรงนะ ผมไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย

คำทำนาย : ถ้าบียาร์รีลไม่ได้เข้ารอบ อาจจะถือว่าเป็นอะไรที่พลิกล็อกที่สุด เท่าที่จะเกิดขึ้นได้ในบอลรอบนี้

 

 

Bayern

Sporting

a

Attacking

Moutinho & Co ดูไร้พิษสงไปเลย เมื่ออยู่ต่อหน้า Toni , Ribery , Klose ที่เป้นอาวุธหนักอันทรงอานุภาพ

 

 

Defensive

เมื่อก่อน เสือใต้มักจะมีเกมรับที่เหนียวแน่น แต่ตอนนี้ มันกลายเป็นอดีตไปแล้ว

a

a

Bench

Podolski , Donovan มีความสามารถมากพอที่จะลงมาพลิกเกมใส่ทีมจากแดนฝอยทองได้สบายๆ

 

a

Coaching

ยังเป็นโค้ชหน้าใหม่ทั้งคู่ แต่ Klinsmann ดูมีภาษีดีกว่า เมื่อเราย้อนไปนึกถึงสิ่งที่เขาเคยทำไว้กับทีมชาติเยอรมัน

 

 

Intangible

เสือใต้กลายเป็นเสือลำบากไปแล้ว และตอนนี้ดูเหมือนว่า ทีมจะขาดความมั่นใจไปอย่างเห็นได้ชัด

a

 

Breakdown : หมาจนตรอก ถือว่าน่ากลัวแล้ว แต่เสือลำบากนี่สิ น่ากลัวยิ่งกว่า เพราะมันจะกินไม่เลือก

คำทำนาย : ทีมจากเยอรมันมีดีเกินกว่าจะมาตายง่ายๆในรอบต้นๆแบบนี้

 

 

Barcelona

Lyon

a

Attacking

ลียงมีเพียงแค่ Benzema เท่านั้นที่พอจะขู่พวกคาตาลันได้ แต่พวกคาตาลันมีจำนวนอาวุธที่มีนุภาพดียิ่งกว่านั้นอีก

 

 

Defensive

ปัญหาในเกมรับของบาร์ซ่ายังคงมีอยู่ แม้ว่าปัญหานี้จะดูแย่น้อยลงกว่าในฤดูกาลที่แล้วก็เถอะ

a

a

Bench

ทีมจากฝรั่งเศส ไม่ได้มีสภาพทีมที่แข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกแล้ว ตรงกันข้ามกับทีมจากสเปน ที่ดูจะพร้อมในจุดนี้มากกว่า

 

a

Coaching

Guardiola ยังไม่มีประสบการณ์ก็จริง แต่สิ่งที่เขาทำไว้ในตอนนี้กับบาร์ซ่า เป็นสิ่งที่เราต้องให้การเคารพเขาเป็นอย่างมาก

 

 

Intangible

เครื่องจักรทำประตูเริ่มสะดุด ไปพร้อมกับผลงานในลีกที่เริ่มแผ่ว สำหรับบาร์ซ่า ในขณะที่ลียงยังรักษาผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อไปได้อย่างน่าชื่นชม

a

 

Breakdown : ลียงไม่ใช่ลียงที่เรารู้จักเหมือนในอดีต และดูจะอ่อนแอเกินกว่าจะหยุดยั้งพลานุภาพของพวกคาตาลันได้แล้วจริงๆ

คำทำนาย : Messi & Co จะโชว์ฝีเท้าอย่างสนุกสนาน ก่อนจะผ่านเข้าไปเจอบททอสอบในด่านต่อไป

 

September 09

Quotes 2

 
Frankly , my dear , I don't give a damn . [ Rhett Butler @ Gone with the Wind ]
 
I'm going to make him an offer he can't refuse . [ Vito Corleone @ The Godfather ]
 
Keep your friends close , but your enemies closer . [ Michael Corleone @ The Godfather Part II ]
 
There's no place like home . [ Dorothy Gale @ the Wizard of Oz ]
 
I don't want to survive . I want to live ! [ Captain @ WALL - E ]
 
Without a revolutionary theory there cannot be a revolutionary movement . [ Vladimir Lenin ]
 
Fear can hold you prisoner . Hope can set you free . [ The Shawshank Redemtion ]
 
Remember , Red . Hope is a good thing , maybe the best of things , and no good thing ever dies . [ Andy Dufresne @ The Shawshank Redemtion ]
 
With great power comes great responsibility . [ Ben Parker @ Spider-Man ]
 
You either die a hero or you live long enough to see yourself become the villain . [ Harvey Dent @ The Dark Knight ]
 
Religion is the opiate of the people . [ Karl Marx @ Contribution to Critique of Hegel's Philosophy of Right ]
 
September 03

ทำไมพันธมิตรถึงเป็น ( อย่างที่เราเห็นกัน ) แบบนี้ได้ ?

 

                คำถามคือทำไมพันธมิตรมาถึงจุดนี้ ( มาแบบโอหัง จองหองเสียด้วย ) ได้ ? ประเภททำผิดอะไรไม่ว่า อ้างสิทธิไว้ก่อนได้ตลอด ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?

                ปฏิกิริยาของคนชั้นกลาง , สื่อ , ผู้ทรงคุณธรรม และฝ่ายค้าน ที่มีต่อพันธมิตร ทั้งช่วงบุกยึดทำเนียบรัฐบาล และช่วงที่มีการปะทะกันระหว่างม็อบกับตำรวจ น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนของคำถามข้างต้น ( ปฏิกิริยาของคนพวกนี้ มีมากเสียจน เราควรจะเรียกพวกคนเหล่านี้ว่า พวกปฏิกิริยา เสียเลย )

                ภายใต้ความเกลียดชัง และความกลัวใน ทักษิณ ที่มีมากไปทั่ว ทำให้บรรดาคนเหล่านี้ต้องการกำจัดทักษิณมากจนไม่สนใจว่าจะเอนเอียงขนาดไหน ? หรือใช้วิธีอะไร ? การที่พันธมิตรปรากฏตัวออกมา จึงเป็นอะไรที่พวกเขาต้องการ ทั้งในแง่ของการมีหัวขบวน เพื่อล้มทักษิณที่ชัดเจน และเสมือนเป็นตัวแทนของความปรารถนา ( ในด้านมืด ? ) ที่พวกเขาอยากแสดงออกมา แต่ไม่อาจแสดงได้โดยตรงหรือเต็มที่ เพราะยังมีหัวโขน หรือฐานะทางสังคมค้ำคออยู่ตลอด

                พูดง่ายๆคือ ถ้าเราอยากรู้ว่า ความคิดและจิตใจ ( โดยเฉพาะในแง่มุมทางการเมือง ) ของคนเหล่านี้เป็นอย่างไร ก็แทบจะดูได้จากม็อบพันธมิตรเลย ทั้งในแง่ความคิดที่ว่าตัวเองเป็นพวกอภิสิทธิ์ชน ทำอะไรก็ถูกเสมอ ไม่มีผิด ( เพราะถือดีว่าตัวเองมีการศึกษา , การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่มากกกว่าคนทั่วไป พูดง่ายๆคือ คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าเสมอ ) ทั้งในแง่ของความไม่คงเส้นคงวาในทางการเมือง ( ประเภทพันธมิตรทำถูกเสมอ แต่พอคนอื่นทำบ้าง จะบอกทันทีว่า ผิด ! คุณทำไม่ได้ ) ทั้งในแง่ของการมองว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรก สกปรกมากเสียจนต้องมีคนกลาง ( พันธมิตร , ทหาร , ผู้ทรงคุณธรรม , Voldemort ) เข้ามาชำระล้างให้หมดสิ้นไป

                ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ASTV , ( สื่อในกลุ่ม ) Manager จะได้รับการปกป้อง และคุ้มครองจากบรรดาคนเหล่านี้ ( คนชั้นกลาง , สื่อ , ผู้ทรงคุณธรรม , ฝ่ายค้าน ) ทั้งๆที่เนื้อหามีความเอนเอียงอย่างน่าเกลียด แถมยังมีเนื้อหาที่บิดเบี้ยวไปจาก สัจจะ อยู่มิใช่น้อย แต่ก็ไม่มีใครออกมาประฌาม หรือแม้แต่จะตั้งคำถามว่า นี่เป็น สื่อมวลชน จริงหรือ ? ( กลับกัน PTV ถูกไล่บี้อย่างหนัก ด้วยข้อหาเอนเอียง เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ! )

                ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พันธมิตรจะสามารถยึดถนนสาธารณะ ( ซึ่งหมายถึงการปิดเส้นทางจราจร และเส้นทางเข้าออกอาคารสถานที่ ) ได้ เป็นเวลาอย่างยาวนาน โดยที่มีคนคอยให้เหตุผลสนับสนุนการกระทำครั้งนี้ว่า เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางการเมือง !!?? ( ถ้าจำไม่ผิด สมัชชาคนจน หรือ นปก. เวลาชุมนุมทีไร จะไม่ได้รับเอกสิทธิ์ให้ใช้เหตุผลแบบพันธมิตร แถมมีแต่จะถูกด่าอีกต่างหาก )

                และจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร หากบรรดาคนชั้นกลาง , สื่อ , ผู้ทรงคุณธรรม และฝ่ายค้าน จะออกมาคัดค้านการใช้ความรุนแรงกับพันธมิตรในทุกกรณี โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่พันธมิตรทำนั้น ถือเป็นความผิดที่สมควรถูกลงโทษอะไรบ้างหรือไม่แม้แต่น้อย และเมื่อมีกาเข้าไปปราบม็อบพันธมิตรที่สะพานมัฆวาน คนเหล่านี้ก็ประสานเสียงโจมตีรัฐบาลทันที โดยไม่มีการพูดถึงพันธมิตรเลยว่าทำผิดอะไรบ้าง !? ทุกคนพูดจนรัฐบาลคือผู้ร้าย คือปีศาจไปเลย ( แต่เราจะไม่เห็นคนพวกนี้ออกมาพูดอะไรเลย ในตอนที่ นปก. ถูกทุบซะเละเทะที่หน้าบ้านเปรม อย่างที่ใช้อ้างตลอดมากับพันธมิตร แถมยังมีซ้ำ นปก. อีกต่างหาก )

                อันที่จริง หนึ่งในจุดพลิกผันสำคัญของเหตุการณ์ในช่วงนี้ คือการที่ศาลสั่งระงับการสลายการชุมุนม และการจับ 9 แกนนำม็อบพันธมิตร แม้จะเป็นการระงับชั่วคราว แต่การที่ศาลทำแบบนี้ ถือเป็นอะไรที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการให้เหตุผลที่ว่า การสลายม็อบ อาจนำไปสู่ความรุนแรง !!?? นี่ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี ศาลยังไม่รู้อีกหรือว่าพันธมิตรไม่มีวันที่จะถอนตัวออกมาจากทำเนียบรัฐบาลโดยง่าย และในเมื่อพันธมิตรไม่ยอมถอยออกมา แล้วจะให้ทำอย่างไร ? รอพันธมิตรเดินออกมาเองหรือไง ? หรือต้องรอให้พันธมิตรบุกยึดศาลเสียก่อนหรือ ? ศาลถึงจะรู้ว่าสิ่งที่พันธมิตรทำนั้น ผิดกฎหมายและล้ำเส้นอย่างรุนแรง จนสมควรถูกลงโทษได้แล้ว และที่สำคัญ ตำรวจมีทางเลือกที่จะหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมุนมได้ขนาดไหนกัน ? ในเมื่อสิ่งที่ตำรวจเผชิญคือ ม็อบพันธมิตรที่ดื้อแพ่ง ไม่ยอมถอยอะไรแม้แต่น้อย

                และที่ทุเรศที่สุดคือ แทนที่สมาชิกรัฐสภา ( สส. + สว. ) จะผนึกกำลังกัน เพื่อหยุดยั้งการกระทำของพันธมิตร ที่จะทำลายระบบการเมืองไทยให้อ่อนแอและล่มจม กลับปรากฏว่าฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ และสว.จำนวนมาก ( โดยเฉพาะ สว. แต่งตั้ง ) กลับสนับสนุนพันธมิตรอย่างออกนอกหน้า จนดูน่าเกลียด ( กรณ์ จาติกวณิช กับรสนา โตสิตระกูล โผล่ไปยังเวทีพันธมิตร ไม่ต้องพูดถึงสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่เป็นแกนนำม็อบพันธมิตร ส่วนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเยี่ยมผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกัน ! ) คนเหล่านี้ไม่เคยคิดหรือไงว่า การกระทำของพันธมิตร อย่างการทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายที่ตนเองต้องการ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการ , ขอบเขต , ความชอบธรรม หรือผลกระทบอะไรทั้งสิ้นเลยนั้น จะทำให้ประชาธิปไตยของไทยเสื่อมถอยสักปานใด ( ไม่ต้องพูดถึง Model ทางการเมืองที่พันธมิตรเสนอมานั้น ถ้าไม่ชัดเจน ก็จะมีลักษณะที่ถอยหลังเข้าคลองเป็นอย่างยิ่ง แค่แนวคิด 30 70 นี่ก็บอกอะไรได้มากแล้วในข้อนี้ )

                มาถึงตรงนี้ ผมขอยืนบันว่า ไม่ว่าคุณจะชอบ หรือไม่ชอบรัฐบาลอย่างไร แต่เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหยุดบรรทัดฐานอันเลวร้ายที่พันธมิตรสร้างขึ้น เพื่อทำให้ประชาธิปไตยไทยยังอยู่รอดต่อไปได้ โดยยังมีการรณรงค์แสดงความเห็นทางการเมืองของแต่ละฝ่าย ที่ยังอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมต่อไปในอนาคต และผมขอร้องถึงใครก็ตาม ที่ยังพอมีหัวใจศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยจริงๆว่า ก่อนที่พวกคุณจะแสดงพลังทางการเมืองอะไรออกไป ขอให้ถามตัวเองให้ดีว่า ถึงที่สุดแล้ว คุณจะยอมรับได้มั้ย หากคนที่คุณไม่ชอบ เขาแสดงพลังทางการเมืองอย่างที่คุณกำลังจะทำ ออกไปบ้าง ?

                แต่หากพวกคุณเลือกที่จะทำตัว ดัดจริต และ ไม่คงเส้นคงวา อย่างที่คนจำนวนมากกำลังทำอยู่ในตอนนี้ต่อไป ประชาธิปไตยไทยคงถึงจุดที่ต้องล่มสลายไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และนั่นจะเป็นความอัปยศที่จะจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยตลอดไป ว่าพวกคุณได้มีส่วนอย่างสำคัญในการทำให้เกิดสถานการณ์นี้ขึ้น

 

 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by